บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคเช้า 30 มกราคม 2562

ราคาทอง

ราคาทองคํา วานนี้ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้ น 8.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากในระหว่างวันดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนบริเวณ 1,311.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่อาจเผชิญกับความไม่แน่นอนหลังผู้บริหารและบริษัทในเครือหัวเว่ย
เทคโนโลยี 2 แห่งถูกสหรัฐตั้ งข้อหาอาญา ซึ่งช่วยหนุนทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย รวมไปถึงการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ ย พร้อมกับอาจมีการส่งสัญญาณชะลอการคุมเข้มนโยบายการเงิน และยอมรับถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในการประชุมที่กําลังจะเสร็จสิ้ นลงในช่วงกลางดึกของคืนวันนี้ ขณะที่เมื่อคืนนี้ รัฐสภาอังกฤษได้ลงมติผ่านร่าง Brexit ฉบับแก้ไขที่ค้าน Brexit แบบไร้ข้อตกลงและร่าง Brexit ฉบับแก้ไขอีกฉบับที่เรียกร้องให้เสนอแผนทางเลือกต่อนโยบาย Backstop ซึ่งเป็นประเด็นที่ EU ระบุว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจึงทําให้ Brexit ยังคงตกอยู่ในความไม่แน่นอนต่อไป ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําเพิ่มวานนี้ อีก +8.23 ตัน สําหรับวันนี้ จับตาผลการประชุมเฟดและการเปิดเผย FOMC Statement รวมไปถึงถ้อยแถลงของประธานเฟด หากเฟดส่งสัญญาณในเชิงพิราบ (Dovish) จริงดังคาดปัจจัยดังกล่าวจะหนุนราคาทองคํา และติดตามการเปิดเผยการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADPของสหรัฐ ที่มา ylgbullion

>> อัพเดตราคาทองวันนี้

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInShare on Tumblr

บทวิเคราะห์ ราคาทอง ภาคบ่าย 11 ธันวาคม 2561

ราคาทอง

บทวิเคราะห์ ราคาทอง ภาคบ่าย

ราคาทองคํา ช่วงเช้าวันนี้ มีแรงขายสลับออกมา หลังดีดตัวขึ้นแตะ 1,250.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวานนี้ โดยปัจจัยที่กลับมากดดันทองคํา คือ การอ่อน ค่าลงของเงินปอนด์และยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลัง Theresa May นายกฯอังกฤษประกาศเลื่อนการโหวตร่างข้อตกลง Brexit จากรัฐสภาอังกฤษออกไปอย่างไม่มีกําหนด เนื่องจากกังวลว่าหากมีการลงมติในวันนี้ มีโอกาสสูงที่ข้อตกลงดังกล่าวจะถูกควํ่ากลางสภา ส่งผลให้ปอนด์ร่วงแตะ 1.2515 ปอนด์/ดอลลาร์ซึ่งถือเป็นระดับตํ่าสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2017

นอกจากนี้ ยังเกิดความกังวลว่า การลงมติที่ยืดเยื้อออกไป อาจทําให้นายกฯ Theresa May ถูกกดดันให้ลงจากตําแหน่ง จึงแนะนําติดตามประเด็นนี้ ต่อไปอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่แนะนําให้ติดตามในวันนี้ คือ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า แม้จะมีแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้นแต่ยังคงเห็นแรงขายกดดันสลับออกมาเช่นกัน หากการดีดตัวของราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านระดับ 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทําให้เกิดแรงขายกดดันให้ราคาปรับตัวลงสู่ระดับ 1,236-1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นเดิม แนะนําผู้ถือทองคําอาจแบ่งทองคําออกขายหากราคาทองคํายังไม่สามารถยืนเหนือบริเวณแนวต้าน เพื่อรอเข้าซื้อใหม่หากราคาทองคําไม่หลุด 1,236-1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างไรก็ตามลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่มา ylgbullion

>> อัพเดตราคาทองวันนี้

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInShare on Tumblr

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคบ่าย 28 สค 61

ราคาทองคําช่วงเช้าอ่อนตัวลงเล็กน้อย หลังวานนี้ดีดตัวขึ้นแตะ 1,212.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อปธน.ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐและเม็กซิโกบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ที่เรียกว่า “United States-Mexic o Trade Agreement” ซึ่งจะนํามาใช้ แทนข้ อตกลงการค้าเสรีแถบอเมริกาเหนือ(NAFTA)

 

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนเกษตรกรและผู้ ผลิตของทั้งสองประเทศ ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงขายดอลลาร์ ส่งผลหนุน ยูโรและราคาทองคํา อย่างไรก็ตามราคาทองคําเผชิญแรงขายทํากําไรสลับออกมา เนื่องจากแคนาดายังไม่อยู่ในขอตกลงทางการค้าดังกล่าว ซึ่ง ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะโทรศัพท์หารื อกับจัสติน ทรู โด นายกฯแคนาดา เกี่ยวกับการทําข้อตกลงร่วมกัน

 

แต่ทรัมป์ ก็ได้ ขู่ในขณะเดียวกันว่า หากแคนาดาปฏิเสธ สหรัฐก็พร้อมจะเก็บภาษีสินค้านําเข้าจากแคนาดาเพิ่มเติม ขณะที่ฝั่งรัฐบาลแคนาดาแถลงการณ์ว่า จะลงนามในข้อตกลงฉบับใหม่ ก็ต่อเมื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแคนาดาเท่านั้น ปัจจัยดังกล่าวหนุนดอลลาร์และกดดันราคาทองคําระยะสั้น ซึ่งนักลงทุนยังรอติดตามว่าสหรัฐและแคนาดาจะมีการเจรจาหารือเพื่อบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ หรือไม่

 

สําหรับวันนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ดัชนีราคาบ้านโดย S&P/CS, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์ ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หลังจากราคาทองคําดีดตัวขึ้นในระยะสั้นในช่วงก่อนหน้านี้ และมีแรงขายทํากําไรสลับออกมาแต่ไม่มาก แสดงให้เห็นถึงการแกว่งตัวในทิศทางที่ค่อยๆขยับขึ้น อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถยืนเหนือ 1,217 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ต้องระมัดระวังแรงขายที่อาจออกมาเพิ่มขึ้น อาจกดดันราคาให้ ลงสู่แนวรับระดับ 1,194-1,182 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนําเน้นทํากําไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเฉพาะเมื่อราคาปรับตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,194-1,182 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่การขายอาจพิจารณาโซน 1,217 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่มา ylgbullion

 

>> อัพเดตราคาทองวันนี้

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInShare on Tumblr

บทวิเคราะห์ ราคาทองภาคบ่ายวันนี้ 17/07/61

ราคาทอง ช่วงเช้าฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ ปธน.ทรัมป์ ออกแถลงการณ์เอนเอียงไปทางรัสเซียมากกว่าที่จะเชื่อฝ่ายข่าวกรองของสหรัฐ แม้นายแดเนียล โค้ทส์ ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวกรองแห่งสหรัฐจะยืนยันผลการประเมินว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016 และเตือนอีกว่ารัฐบาลรัสเซียอาจแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐเดือนพ.ย.นี้ด้วย แต่ปธน.ทรัมป์ ยืนยันเชื่อว่ารัสเซียไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตามราคาทองคำยังฟื้นตัวขึ้นได้ไม่มากนัก เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียเป็นไปในเชิงบวกหลังการประชุมสุดยอดผู้นำทั้งสองสิ้นสุดลง อีกทั้งสหรัฐประกาศผ่อนปรนให้ประเทศต่างๆสามารถซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อไปได้ ส่งผลให้ปัจจัยเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง ราคาทองคำจึงขาดแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

 

อย่างไรก็ดีการเคลื่อนไหวของดอลลาร์และราคาทองคำยังไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนรอติดตาม แถลงการณ์รอบครึ่งปี ว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ต่อสภาคองเกรสในคืนวันอังคารและพุธนี้

 

ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคำ พยายามทรงตัวเหนือระดับ 1,237ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่จากวันก่อนหน้าได้หลายวัน แสดงให้เห็นว่าราคามีการดีดตัวในระดับจำกัด

 

ทั้งนี้หากทดสอบแนวต้าน 1,244 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคาไม่สามารถยืนได้เหนือบริเวณดังกล่าวได้ อาจขยับลงทดสอบแนวรับถัดไป 1,230-1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนำให้แบ่งทองคำออกขายหากราคาขยับขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 1,244 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการเข้าซื้ออาจรอราคาในโซน 1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่มา ylgbullion

 

อัพเดต ราคาทองวันนี้

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInShare on Tumblr